หัวเราะ ตลอดปี2007 ดร.เกศรา รักชาติ
ทุกองค์กรตั้งโจทย์ที่ต้องโต โต โต และโต ดังนั้นไม่ว่าผู้บริหารหรือพนักงานก็เลยตั้งหน้าตั้งตา ทำงาน ทำงาน ทำงาน เพื่อตอบโจทย์องค์กรให้ได้ แต่ไม่ว่าจะตอบโจทย์ได้หรือไม่ได้ ก็เล่นเอาคนส่วนใหญ่ทำงานไม่สนุก เพราะสุดท้ายจะรู้สึกเหนื่อย ล้า หมดแรงกันไป ที่สำคัญสัมพันธภาพระหว่างกันของคนในองค์กรเริ่มมีปัญหา ไม่ค่อยลงรอยกัน เสียงหัวเราะระหว่างกันเริ่มลดลง ท่านผู้อ่านทราบไหมคะว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กนักเรียนอนุบาลหัวเราะหรือยิ้มวันละ 400 ครั้ง พอคนเราอายุมากขึ้น เราจะหัวเราะและยิ้มโดยเฉลี่ยเหลือ วันละ 15 ครั้งเท่านั้น การหัวเราะทำให้เราหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมา ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายในทางบวก เป็น 10 เท่าของการถูกกระตุ้นด้วยมอร์ฟิน ทุกครั้งที่เราระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ด้วยความสุข เราจะเผาผลาญได้ถึง 3.5 แคลลอรี การหัวเราะจะทำให้ร่างกายเราได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายดีขึ้น ลดและบรรเทาความเครียดลงได้ ดังนั้นอาวุธที่สำคัญของมนุษย์ทำงานที่จะใช้เริ่มต้นปีใหม่ 2007 นี้ เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่เร่งสร้างการโต คือ "เสียงหัวเราะ" ท่านผู้อ่านหลายท่านเริ่ม หัวเราะ ขำๆ แล้วใช่ไหมคะ ว่าอะไรกัน การหัวเราะจะเป็นอาวุธสำคัญได้อย่างไร มาดูเหตุผลกันค่ะ ว่าถ้าเราทำสถานที่ทำงานให้มนุษย์ทำงานรู้สึกสนุกกับงาน สนุกกับการพูดคุยกันไม่ว่าเรื่องมีสาระ หรือไม่มีสาระ สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ก็จะทำให้มีเสียงหัวเราะตามมาในที่ทำงาน และจะทำให้คุณภาพการทำงานและคุณภาพจิตใจก็ดีตามมา - การที่พนักงานรู้สึกสนุกในการทำงานทำให้หยุดอาการเบื่อหน่าย อ่อนล้าและหมดแรงได้ค่ะ - การที่พนักงานรู้สึกสนุกและได้หัวเราะช่วยให้ได้เติมเต็มในด้านความต้องการพื้นฐานในเรื่องความต้องการทางด้านสังคม - การที่พนักงานรู้สึกสนุกและได้หัวเราะช่วยเพิ่มความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความเต็มอกเต็มใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน - การที่พนักงานรู้สึกสนุกและได้หัวเราะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาตนเอง - การที่พนักงานรู้สึกสนุกและได้หัวเราะช่วยให้ได้มีการพัฒนาปรับปรุงในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน - การที่พนักงานรู้สึกสนุกและได้หัวเราะช่วยให้ลดความขัดแย้งและอาการเครียดลงได้ก มาเริ่มต้นปีใหม่ ทำให้ทุกวัน ทุกเดือน ในที่ทำงานน่าสนุก มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะด้วยกิจกรรมหลากหลายที่ดิฉันจะแนะนำให้เอาไปเลือกใช้ในองค์กรคุณผู้อ่านกันค่ะ กิจกรรมใครเป็นใคร (Who is who?) เชิญชวนให้ผู้บริหารในองค์กรนำรูปของตนเองในวัยเด็กมาติดบอร์ดโดยยังไม่ต้องบอกว่าเป็นรูปใครและให้พนักงานทายว่าใครเป็นใคร สักระยะหนึ่งแล้วถึงจะเฉลยและให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับคนที่ทายถูก หรือ พนักงานร่วมสนุกโดยเอารูปตนเองมาติดไว้และทายกัน กิจกรรมจะทำให้คนที่เดินผ่านบอร์ดจะหยุดดูและอมยิ้มกัน และลุ้นว่าวันต่อไปจะมีใครเอารูปสมัยวัยเด็กมาติดเพิ่มอีก กิจกรรมลูกใครเอ่ย เชิญชวนเพื่อนพนักงานที่มีลูกเอารูปลูกมาติดบอร์ดและให้ทายว่าเป็นลูกใคร ใครก็ตามที่เดินผ่านไปผ่านมาก็จะหยุดดูและยิ้มให้กับความน่ารักของรูปลูกๆ เพื่อนพนักงาน เพราะเด็กบางคนก็จะหน้าตาเหมือนกับพ่อแม่ ทายง่าย เมื่อเราทายถูกเราก็จะยิ้มหรือหัวเราะกัน บรรยากาศในที่ทำงานก็จะผ่อนคลาย กิจกรรมเดือนเกิด (Birthmonth) บริษัทจัดให้ผู้ที่เกิดในเดือนเดียวกันจากทุกระดับมาเจอกัน ทานของว่าง พูดคุยกันแบบสบายๆ เป็นกันเองกับ CEO และผู้บริหารระดับสูง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสื่อสารกัน ตัวอย่างเช่น พนักงานที่เกิดเดือนมกราคมก็มาเจอกันในเดือนมกราคม ผู้ที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ก็มาเจอกันเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้น จนกว่าจะถึงเดือนธันวาคม กิจกรรมบัดดี้ (Buddy) จับสลากคู่บัดดี้ให้ดูแลผู้ที่ตนเองจับสลากได้ โดยไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร พนักงานจับได้ชื่อใครก็ต้องหมั่นดูแลคนนั้นโดยอาจเขียนโน้ตให้กำลังใจ ชื่นชม ฝากของเล็กๆ น้อยๆ ให้ คนเราส่วนใหญ่เมื่อได้รับสิ่งดีๆจากใครแล้ว เราจะรู้สึกสุขใจทั้งวัน และการหมั่นเป็นผู้ให้เราก็จะสุขใจเช่นกัน กิจกรรมยืด-เหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) กิจกรรมนี้ควรจะทำทั้งองค์กรอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ช่วงเวลา 15.00 น. ครั้งละ 15 นาที เป็นท่ากายบริหารง่ายๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อได้ยืดและเหยียด ช่วยปรับส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้มีผลต่อสิ่งต่างๆ เช่น ลดความตึงของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่งเสริมถึงระบบไหลเวียนของเลือด และช่วยผ่อนคลายจิตใจ กิจกรรมแต่งตัวตามเทศกาล เช่น ปีใหม่ใส่เสื้อผ้าสีสดใส วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์ใส่เสื้อสีแดง ช่วงวันสงกรานต์ใส่เสื้อผ้าไทยๆ เป็นต้น ก็จะทำให้พนักงานลุกขึ้นมาเลือกเสื้อผ้า และรู้สึกอยากไปทำงาน ไปดูเพื่อนๆ แต่งตัวกัน กิจกรรมวันดีดี (DD: Dialogue Day) นัดวันกันมานั่งคุยกันแบบสุนทรียสนทนา คุยกันในสไตล์เรียบง่าย ฟังกันอย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่เถียง ไม่โต้ เคารพในความเป็นมนุษย์กัน การที่ฟังกัน ไม่โต้กัน ทำให้เรารู้สึกสนุกที่จะออกความคิดเห็น และเล่าเรื่องราวให้ซึ่งกันและกันฟัง กิจกรรมวันพุธ (We-ED มาจาก We educate) ทุกวันพุธมาแลกเปลี่ยนความรู้กันคือ We educate each other. ทำไมต้องวันพุธ (Wednesday) เพราะจำง่ายดี เรา educate กันวัน Wed. ค่ะ ท่านผู้อ่านเลือกดูนะคะว่าจะสร้างและลงมือทำกิจกรรมอะไรให้สนุก เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ตลอดปี 2550 นี้ ควบคู่ไปกับการทำงานที่โจทย์ยากและท้าทายรออยู่ พนักงานที่มีความสุขและหัวเราะง่าย มักจะเป็นพนักงานที่ดี ขยัน และภักดี ต่อองค์กร สิ่งงดงามที่ตามมาจากการทำงานที่มีคุณภาพของพนักงานเหล่านี้คือองค์กรจะ โต โต โต และโต ค่ะ -------------------
ทุกองค์กรตั้งโจทย์ที่ต้องโต โต โต และโต ดังนั้นไม่ว่าผู้บริหารหรือพนักงานก็เลยตั้งหน้าตั้งตา ทำงาน ทำงาน ทำงาน เพื่อตอบโจทย์องค์กรให้ได้ แต่ไม่ว่าจะตอบโจทย์ได้หรือไม่ได้ ก็เล่นเอาคนส่วนใหญ่ทำงานไม่สนุก เพราะสุดท้ายจะรู้สึกเหนื่อย ล้า หมดแรงกันไป -------------- โดย ดร.เกศรา รักชาติ: Ph.D. Leadership and Human Behavior ผู้มีประสบการณ์ตรงจากการสร้าง Learning Organization วิทยากรและที่ปรึกษาทางด้าน Learning Organization, Leadership, Coaching, Communication & Interpersonal Skills, ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาองค์กร |