|
- เชื่อมต่อแนวคิด "ฝึกอบรม-พัฒนา" ตามเส้นทางกลยุทธ์
-
ต้องฝึกและพัฒนาคนให้ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไม่ใช่ทำแบบเหวี่ยงแห
-
"เอพีเอ็มกรุ๊ป"
ถอดกลไกความซับซ้อนของงานฝึกอบรมเริ่มถ่ายเทน้ำหนักไปที่การโค้ชเพื่อฝึกทักษะและสร้างพฤติกรรม
ขณะที่ความรู้เป็นเรื่องหาอ่านได้
- เปิดกรณีศึกษา "วอลมาร์ท-ดิสนี่แลนด์" มุ่งสร้างแรงจูงใจทำให้คนมีความสุข
ก่อนที่จะจับมือสร้างชัยชนะให้ธุรกิจ
บทบาทการฝึกอบรมและพัฒนาคนในองค์กรทุกวันนี้ มีแนวคิดหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ฝึกอบรมไม่ใช่เพียงแต่ส่งเข้าห้องเรียนแล้วจบกัน
ขณะที่การพัฒนาก็ไม่ได้ใช้วิธีการเดียวในการนำไปสู่ความสำเร็จ
วิธีคิดแบบกลยุทธ์จากประสบการณ์เชี่ยวกรำของบริษัทที่ปรึกษา "เอพีเอ็มกรุ๊ป"
เป็นอีกโมเดลสะท้อนภาพการทำงานของ HR ทุกวันนี้ จะวางแผนกันแบบไหน? จะฝึกอบรม
พัฒนาคนกันอย่างไร? ถึงจะไม่พลาดเป้าเวลาไปตอบคำถามผู้นำองค์กร
อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอ็มกรุ๊ป จำกัด
ที่ปรึกษาทางด้านการจัดการและพัฒนาองค์กร
มองประเด็นการฝึกอบรมว่าเป็นการสะท้อนถึงการไปสู่เป้าหมายบางอย่างที่ครอบคลุมทักษะการเรียนรู้
ขณะเดียวกันรูปแบบของการฝึกอบรมจะกินความรวมถึง
การฝึกอบรมเพื่อสร้างผลการปฏิบัติที่ดีสูงสุด (high performance training)
สร้างสรรค์กระบวนการเทคนิคใหม่ๆ (information processing training technques)
และเทคนิคการฝึกอบรมโดยผ่านแบบจำลอง (simulation training techniques)
"ฝึกอบรมไม่ใช่แค่ภาระหน้าที่ของ HR
แต่เป็นการจัดสรรเครื่องมือการจัดการทั้งองค์กร HR
ต้องมีทักษะในการให้ผลสะท้อนกลับ
มีการสอนผู้จัดการแต่ละฝ่ายให้มีทักษะในการเป็นพี่เลี้ยงและให้ข้อเสนอแนะ"
แนวโน้มการฝึกอบรมเปลี่ยนไปมากในหลายปีที่ผ่านมา
จะเน้นหนักไปทางด้านการสอนชี้แนะตัวต่อตัวมากขึ้น
ขณะที่งบประมาณในการพัฒนาคนก็จะเทไปในเรื่องของการฝึกทักษะและสร้างพฤติกรรมที่ดี
จากการมองว่าความรู้เป็นสิ่งที่ทุกคนไปหาอ่านเองได้
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในภาพใหญ่การพัฒนาเรียนรู้สามารถทำด้วยตัวเองได้
แต่ในวัฒนธรรมแบบไทยๆ
คนไทยยังถือว่ามีประสิทธิผลน้อยที่สุดในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด
และผู้บริหารระดับสูงมาทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้จึงจะเกิดขึ้นได้
"เราขาดวินัย เคยชินกับเรื่องเดิมๆ ต้องแก้โดยเอาระบบมาจับ
องค์กรมีการกำหนดขั้นตอนเรียนรู้ในสายงาน
ให้รู้ว่ามีการเรียนรู้เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า? ทำหรือไม่ทำ
และสุดท้ายแล้วพนักงานเองก็ต้องตระหนักว่า การได้ขึ้นตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน
ตัวพนักงานต้องไปเพิ่มความรู้เอาเอง
แต่บริษัทมีหน้าที่จัดทรัพยากรที่จำเป็นรองรับไว้ให้"
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดต่อการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องฝึกอบรม คือโครงการ U-coach
ของยูนิลีเวอร์ จากการวางเป้าหมายสร้างคนให้เป็นพี่เลี้ยงในองค์กร
หรือแนวทางของปูนซิเมนต์ไทยที่เปิดทางให้พนักงานทุกคนเป็นโค้ชได้
สามารถให้คำแนะนำเป็นพี่เลี้ยงและอธิบายถึงข้อมูลของตัวสินค้า
ส่วนรูปแบบของกระบวนการใช้เทคนิคใหม่ๆ ในงานฝึกอบรม จะเป็นเรื่องของ การจัดบรรยาย
อภิปรายกลุ่ม ตั้งคำถามโยนคำถาม การศึกษาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
จัดทำแผ่นป้ายรณรงค์โฆษณา รวมถึงการมอบหมายงานให้ไปฝึกคิดและนำกลับมาแบ่งปันไอเดีย
สำหรับเทคนิคการฝึกอบรมโดยผ่านแบบจำลอง
ทำได้หลากหลายวิธีการทั้งการให้แบบฝึกหัดจากสถานการณ์จริง
ซึ่งใช้มากกับผู้บริหารระดับสูง การทำบทบาทสมมุติ เช่น coaching feed back
การเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเอามาเรียนรู้ (in-basket exercises)
เพื่อตอกย้ำองค์ความรู้ตลอดเวลา ใช้มากกับหน่วยงานที่มีความสำคัญกับองค์กร
นอกเหนือจากนี้เช่น
การระดมความคิด กรณีศึกษา การเล่นเกม
รวมถึงวิธีการฝึกอบรมเพื่อทำให้คนเกิดการเรียนรู้ทางอ้อม
และมุ่งสร้างแรงจูงใจ
อริญญาเล่าว่า
การเรียนรู้ทำให้เกิดภาพใหญ่ 2 ภาพคือ 1. เกิด OD : Organization Development
หรือการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้กับองค์กร และ 2.
ทำให้เกิดการปรับปรุงผลการทำงานที่ดีขึ้นในแต่ละวัน
"การฝึกอบรมไม่ควรใช้แค่เครื่องมือเดียว แต่ต้องเน้นทำให้เกิดการฝึกฝนเยอะๆ
เน้นความรู้หลากหลาย เพิ่มโปรแกรมต่างๆ ทำผ่านบทบาทสมมุติ หรือกลไกอื่นๆ
ไปสร้างความรู้หรือพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ถาวร"
แนวคิดของการสร้างคนให้เกิดการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สิงคโปร์นิยมมาก
ด้วยการตั้งโจทย์ว่า คนจะทำงานในองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ ต้องไปเรียนรู้อะไรบ้าง?
เป็นการประกาศถึงจุดยืนองค์กรแห่งการเรียนรู้ สร้างออกมาเป็นวัฒนธรรม
และทำให้คนเข้าใจมากขึ้นถึงงานที่ทำ
กรณีความสำเร็จบนรากฐานการฝึกอบรมที่เห็นได้ชัด
คือวอลมาร์ทซึ่งสามารถขยายตัวได้ถึง 60 สาขา
วอลมาร์ทไม่ใช่ธุรกิจค้าปลีกที่จ่ายดีที่สุดในอุตสาหกรรม
แต่มีความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อในการสร้างแรงจูงใจให้คน
"วอลมาร์ทเป็นธุรกิจที่มีอัตราคนลาออกสูงมาก สร้างคนมาเท่าไหร่? รักษาไว้ไม่ได้
ขณะที่ธุรกิจก็ยังต้องขยายตัวออกไป การแก้ปัญหาคือ เพิ่มความคล่องแต่ไม่เพิ่มคน
โจทย์คือทำอย่างไร? ให้คนอยากทำงาน
สร้างให้คนเก่งก็ต้องหันมาสร้างแรงจูงใจให้เยอะๆ"
หรือดิสนี่แลนด์ก็เป็นตัวอย่างของการฝึกอบรมที่ทำให้คนมีความสุขก่อน
การทำงานถึงจะมีความสุข
โดยไม่เน้นปริมาณการฝึกอบรมแต่เน้นคุณภาพที่จะได้จากการฝึกอบรม
"โตโยต้า
ซัมซุง พยายามฝึกคนให้เรียนรู้งานอื่นๆ โดยไม่เกี่ยวกับการหมุนเวียนคน
แต่ถือเป็นวัฒนธรรมที่เอื้อถึงกันหมดจากการฝึกอบรมทางอ้อม แสดงให้เห็นว่า
คนทุกคนต้องเรียนรู้และเอื้อการทำงานซึ่งกันและกัน องค์กรถึงจะประสบความสำเร็จ"
ในขณะที่พฤติกรรมที่ไม่สร้างแรงจูงใจ ไปบั่นทอนคนทำงานและบ่อนทำลายองค์กร
การเลือกที่จะเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำ อะไรเป็นสิ่งที่ทำแล้วดี
กลายเป็นแต้มต่อชัยชนะให้ทั้งสองฝั่ง "การเรียนรู้เป็นเรื่องของทฤษฎี
แต่การสร้างแบบจำลองการเรียนรู้ทำให้รู้ how to รู้ถึงวิธีปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศ"
เธออธิบายว่า กรณีของวอลมาร์ทคือการทุ่มเทให้กับการฝึกอบรม
มุ่งสร้างความสำเร็จเรื่องคน โดยไม่ยอมไปเสียเวลากับอย่างอื่น
เพื่อให้ไปตอบโจทย์ธุรกิจได้มากที่สุด ด้วยการทบทวนวิธีคิดทุก 6 สัปดาห์
หานักสร้างแรงบันดาลใจเก่งมาช่วยกันขุดคุ้ยบทเรียนแห่งความสำเร็จ
ตลอดจนการเสริมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและเทคนิคตลอดทางฝึกอบรม
จนเกิดเป็นทักษะความชำนาญในการทำงาน วัดผลออกมาได้เป็นตัวเงิน การขยายสาขา
อัตราคนลาออกลดลง และผลการปฏิบัติงานที่ดีวันดีคืน
"HR
ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ไปดูว่าฝึกอบรมพัฒนาเรื่องอะไร? ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้
ต้องโฟกัสว่าเราอยากให้พนักงานเกิดพฤติกรรมอะไร? ทุกวันนี้ HR
เน้นไปที่การฝึกอบรมอย่างมหาศาล ต้องถามตัวเองว่าเราเน้นปริมาณหรือคุณภาพ
คำตอบเดียวคือ ปริมาณไม่ทำให้เกิด ROI : Return Of Investment
หรือผลตอบแทนจากการลงทุนได้"
ประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ของการฝึกอบรมคือการวัดผล ถัดจากวิธีการพัฒนา
ถ้าต้องการดูว่าคนมีทักษะแล้วหรือยัง? จะดูได้อย่างไร? อริญญาบอกว่า
การวัดผลฝึกอบรมสามารถดู้ได้ตั้งแต่ระยะเวลา 3 เดือนถึง 3 ปี
และการวัดอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้วัดเพียงครั้งเดียว เรื่องเดียว ตัววัดตัวเดียว
แต่ต้องหาพันธมิตรมาช่วยกันวัด และใช้เครื่องมือสำรวจมาเป็นข้อพิสูจน์
"คนทำงานดีขึ้นดูได้จากอะไร? ทำได้จากการสัมภาษณ์เจ้าตัวโดยตรง
ดูถึงพฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างการสัมภาษณ์ หรือการอิงหลักฐานต่างๆ (evidence
based) จากการสัมภาษณ์หลายรูปแบบเพื่อให้คนตอบออกมาให้ได้
ส่วนการสำรวจมีไว้ให้กาลำดับของคะแนน
ซึ่งแต่ละส่วนนี้จะไปโยงกับพฤติกรรมและการสร้างแรงจูงใจได้"
ในยุคที่ใครๆ ก็พูดถึงแต่ Strategic HR
การใช้วิธีการแนวคิดในการวัดผลฝึกอบรมแบบนี้
เธอบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
โดยการวัดที่ทรงประสิทธิผลเป็นการดูจากพฤติกรรม การเปลี่ยนแปลงของคนในองค์กร
จุดสำเร็จอยู่ที่ว่า พนักงานจะเกิดพฤติกรรมใหม่ที่สามารถเอาไปใช้ได้
และเอาประเด็นการพัฒนาคนมาเป็นเรื่องกลยุทธ์
สร้างให้เกิดทักษะใหม่ๆ ดึงออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3
ปีหากมีการใช้ในทุกกลุ่มองค์กรจะนำไปสู่ความสำเร็จ
รวมถึงทักษะสำคัญที่จำเป็นกับองค์กร
ก็จะผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจประสบความสำเร็จแซงหน้าคู่แข่งได้ขาดลอย
************
เรียบเรียงจากงานสัมมนา Human Resources Management, People Strategies :
Developing จัดโดย บริษัท เอพีเอ็มกรุ๊ป
|