|
ในยุคปัจจุบันที่องค์กรต่างพยายามสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การลงทุนด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถเหมาะสมกับองค์กร
(Fit the right company) และเหมาะสมกับลักษณะงาน (Fit the right job)
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้องค์กรต่าง ๆ
ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการในการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน (Recruitment and
Selection)
จะเห็นได้ว่าระบบการสรรหาและคัดเลือกพนักงานในปัจจุบันกำลังเผชิญกับกระแสการปรับเปลี่ยนขององค์กร
การขับเคลื่อนของเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพการจ้างงาน ซึ่ง
Peter Herriot และ Carol Pemberton (1995) กล่าวถึงสภาพการจ้างในยุคปี 1975 และ
1995 ดังนี้
|
ปี
|
สิ่งที่นายจ้างต้องการ
|
สิ่งที่ลูกจ้างต้องการ
|
|
1975
|
-
ความจงรักภักดี
ไม่มีการลาออก
-
การทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
-
ข้อผูกพันต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ
-
การปฏิบัติตามเป้าหมายที่กำหนดขึ้น
|
-
ความมั่นคงปลอดภัยในการจ้างงาน
-
การเลื่อนตำแหน่งงาน
-
การฝึกอบรมพนักงาน
-
การดูแลเอาใจใส่พนักงานที่เดือดร้อน
|
|
1995
|
-
ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน
-
ความรับผิดชอบในงานที่เพิ่มสูงขึ้น
-
ทักษะความชำนาญที่หลากหลายมากขึ้น
-
ความอดทนต่อสภาพการเปลี่ยนแปลง
|
-
ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น
-
การให้รางวัลตามผลการปฏิบัติงาน
-
ลักษณะงาน
|
ความท้าทายของการปรับเปลี่ยนแนวทาง
และวิธีการสรรหาและคัดเลือกพนักงานจึงเป็นประเด็นที่จะต้องถูกนำมาพิจารณา
ทำอย่างไรในการสรรหาคนให้ได้คุณลักษณะอย่างที่องค์กรต้องการ
รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน
พบว่าสิ่งท้าทายต่อไปที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือ
-
กระบวนการสรรหาจะถูกปรับเปลี่ยน
-
การเปลี่ยนแปลงวิธีการคัดเลือกพนักงาน
-
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกพนักงานจะเปลี่ยนแปลงไป
-
เน้นการสรรหาผู้สมัครที่มีความสามารถสูง
เป็นพวก High Flyers
-
การสรรหาและคัดเลือกพนักงานจะอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและความหลากหลายมากขึ้น
กล่าวคือ
ไม่มีข้อกำหนดเรื่องของอายุ เพศ
รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างประเทศสามารถทำงานข้ามประเทศกันได้
จากประเด็นความท้าทายดังกล่าวข้างต้น
จึงทำให้ระบบการสรรหาและคัดเลือกพนักงานต้องไม่ยึดติดกับรูปแบบ วิธีการ
และการใช้เกณฑ์/มาตรฐานในการคัดเลือกเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติกันมา
แนวโน้มถัดไปจะมีการนำขีดความสามารถ หรือ Competency มาใช้กันมากขึ้น
Competency
เป็นพฤติกรรมที่องค์กรพยายามจะให้พนักงานแสดงออก
มีการกระทำตามแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้น ซึ่ง Richard Boyatzis (1982)
เป็นบุคคลท่านแรกที่ได้ให้คำนิยามเกี่ยวกับ Competencies โดยกล่าวไว้ในหนังสือ The
Competent Manager : A Model for Effective Performance ซึ่งให้คำนิยามของ
Competencies ตามโมเดลทางจิตวิทยา โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
(อ้างถึงในหนังสือ Competency Based Recruitment and Selection โดย Robert Wood
และ Tim Payne ปี 1998)
1. แรงจูงใจ (Motive) และบุคลิกลักษณะ (Trait)
2. มโนทัศน์เกี่ยวกับตนเอง (Self-Image) และบทบาททางสังคม (Social Role)
3. ทักษะความชำนาญ (Skill)
ตัวอย่าง
: คุณสมชายมีความมุ่งมั่นในการทำงาน เน้นประสิทธิผลของงาน (Motive)
เป็นผู้ที่ปรารถนาให้งานประสบความสำเร็จสูง ชอบบอกตนเองเสมอว่า ฉันเก่ง
ฉันสามารถทำงานนั้นได้ดีกว่า ฉันเป็นคนทำงานมีประสิทธิภาพ (Self Image)
และจากความคิดเช่นนี้ทำให้คุณสมชายมีพฤติกรรมการแสดงออกต่อสังคม (Social Role)
ในลักษณะของการเป็นนักคิด (Innovator) ทักษะความชำนาญของเขาคือ การวางแผนงาน
การกำหนดเป้หมาย และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด (Skill)
จะเห็นได้ว่า
Competency
สามารถนำมาใช้ในงานสรรหาและคัดเลือกพนักงานได้เช่นเดียวกับระบบงานอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำ Competency มาใช้ระบบการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน
ได้แก่
-
ทำให้เกิดความถูกต้องชัดเจนในการประเมินความสามารถและศักยภาพของตัวบุคคล
-
ใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณลักษณะตรงตามที่องค์กรและหน่วยงานต้องการ
-
ทำให้ผู้สัมภาษณ์มีแนวทางในการสอบถามจากผู้สมัคร
ประเมินผู้สมัครบนพื้นฐานจาก
Competency ที่ต้องการ มากกว่าการตัดสินใจโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว
-
สามารถนำมาใช้กับเครื่องมือในการตัดสินใจคัดเลือกผู้สมัคร
ไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์มการสมัครงาน
การสัมภาษณ์ การทดสอบ และการใช้ศูนย์ประเมิน
-
สามารถบ่งบอกได้ถึงลักษณะของผู้สมัคร
ความชำนาญพิเศษ
และคุณลักษณะภายในส่วนบุคคลของผู้สมัคร
ซึ่งผู้สัมภาษณ์สามารถระบุได้ว่าผู้สมัครแต่ละคนมีจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาปรับปรุงในขีดความสามารถใดบ้าง
สรุปว่าแนวโน้มการสรรหาคัดเลือกพนักงานต่อไปนั้นมิใช่จะเน้นไปที่การตั้งคำถามบนพื้นฐานของข้อมูลทั่วไปอย่างเช่น
ประสบการณ์การทำงาน ประวัติการศึกษา จุดแข็ง จุดอ่อนของพนักงาน
ทำไมถึงอยากจะเข้ามาทำงานกับบริษัท เป็นต้น
ซึ่งการสัมภาษณ์พนักงานต่อไปนั้นจะเน้นไปที่การตั้งคำถามจากขีดความสามารถที่ต้องการของตำแหน่งงานมากกว่าเพื่อหาคนให้มีความเหมาะสมกับองค์กร
(Fit the right company) และเหมาะสมกับลักษณะงาน (Fit the right job)
|